Just came back from a two-week road trip to the national parks of the American West. Here's the itinerary:
* San Francisco Bay Area
* Oregon Shakespeare Festival, Ashland, Oregon
* Crater Lake NP, Oregon
* Sunriver, Oregon
* Boise, Idaho
* Yellowstone National Park, Wyoming, Idaho, Montana
* Grand Teton National Park, Wyoming
* Beaver, Utah
* Bryce Canyon National Park, Utah
* Zion National Park, Utah
* Mojave, California
* San Francisco Bay Area

เิริ่มต้นที่เทศกาลเชคสเปียร์ีที่ Ashland, Oregon ที่นับว่าเป็นเทศกาลเชคสเปียร์ที่โด่งดังที่สุด (เค้าว่างั้น) นอกสหราชอาณาจักร แล้วที่นี่ก็มีโรงละครแบบ Elizabethan ที่เก่าแก่ที่สุดนอกอังกฤษด้วย ถึงจะจองช้าแต่ก็ยังมีโอกาสได้ดูละครเรื่อง เวนิสวานิช (The Merchant of Venice) ที่เราท่องอาขยานตอนเด็กๆ จากบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6
“อันความกรุณาปราณี
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”
“The quality of mercy is not strained,
It droppeth as the gentle rain from heaven
Upon the place beneath. It is twice blest:
It blesseth him that gives and him that takes.”

จาก Ashland, Oregon ขับรถชั่วโมงกว่าๆ ไป Crater Lake National Park
Crater Lake เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในสหรัฐอเมริกา

จาก Crater Lake มุ่งหน้าสู่ Yellowstone National Park ระยะทางไกลพอสมควรเลยหยุดพักที่ Sunriver, Oregon เมืองเล็กๆอยู่ทางใต้ของเมือง Bend ที่เป็นหนึ่งในแหล่งเล่นสกีอันลือชื่อของรัฐโอเรกอน เมืองนี้มีคนพาครอบครัวมาพักร้อนกันเยอะ บ้างก็มาล่องแก่ง พายเรือ หรือลอยยางรถยนต์กันที่ Deschuttes River

จาก Sunriver, Oregon ก็มุ่งหน้าไปทางตะวันออกข้ามไปพักที่ Boise, Idaho รัฐที่มันฝรั่งโด่งดังที่สุด ตอนแรกไม่คิดว่ารัฐนี้จะน่าสนใจนัก แต่ปรากฏว่ามีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวหลายแห่งเหมือนกัน อย่าง Shoshone Fall ที่เห็นอยู่นี่ นอกจากนี้ยังมีเ้ส้นทางสาย Oregon Trail ที่นักสำรวจชื่อดัง Lewis and Clark ผู้บุกเบิกการเปิดโลกตะวันตกของอเมริกาใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1804-1806 ฯลฯ

ขับไปหยุดไป ในที่สุดก็มาถึง Yellowstone National Park
วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างถึงเกือบ 9,000 ตร.กม. มีอะไรให้ดูให้ทำมากมายนับไม่ถ้วน อยู่สามคืนสี่วัน ยังเที่ยวไม่ทั่ว แต่ต้องตัดใจ



เดินทางต่อไป Grand Teton National Park
ที่นี่คนมาเล่นสกีกันในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็มีกิจกรรมให้ทำมากมายเช่นกัน ทั้งล่องแก่ง ล่องเรือ แค้มปิ้ง เดินเขา

ออกจาก Grand Teton National Park มุ่งหน้าลงใต้สู่ Bryce Canyon National Park รัฐยูท่าห์ ขับรถซะทั้งวันเลยหยุดพักที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Beaver เพราะเป็นบ้านเกิดของ Butch Cassidy คาวบอยชื่อดัง
วันรุ่งขึ้นขับรถแค่ชั่วโมงกว่าๆ มุ่งสู่ Bryce Canyon ตามเส้นทาง Scenic Route สาย 12 คราวนี้ได้ไปแค่ Bryce แต่ตั้งใจว่าคราวหน้ามีโอกาสจะกลับมาลุยทางสายนี้อีกครั้ง เพราะงดงามจริงๆ

ที่นี่มองไปทางไหนเป็นต้องถ่ายซะทั้งนั้น กว่าจะออกเดินทางไป Zion National Park ได้ก็เย็นมากแล้ว ทางที่เข้าไปทางตะวันออกของอุทยานก่อสร้างต้องรอนานเหมือนกันกว่่าจะผ่านได้ อุโมงค์ที่ต้องผ่านมืดและยาวน่าหยองหน่อยๆ


ในหน้าร้อน อุทยานฯ แนะนำให้นักท่องเที่ยวนั่งรถบัสที่จัดไว้บริการให้ฟรี รถบัสนี้วิ่งจนถึงห้าทุ่ม กว่าจะได้จอดรถ ไ้ด้ขึ้นรถ แสงก็หมดซะแล้ว เลยตัดสินใจค้างคืนที่เมืองที่อยู่ติดกับอุทยานฯไปทางตะวันตก เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักชื่อ Springdale มีโรงเตี๊ยม โรงแรมน่ารักๆ หลากหลาย เข้าใจว่าคงมีคนมาเที่ยวแบบโรแมนติกกันที่นี่เยอะแยะเหมือนที่ Sedona ในอริโซน่า
คืนนี้พักทานข้าวที่ร้านอาหารที่ดัดแปลงจากปั๊มน้ำมันเก่าๆ ชื่อ Whiptail Grill เจ้าของจ๊าบมาก เป็นกุ๊กเอง เวลาว่างเล่น Snowboard แบบกระดูกไม่หักไม่มันส์ อาหารเม็กซิกัน เราเลือก Chipotle Chicken Enchiladas อืม อร่อยที่สุดที่เคยกินมา หรือไม่ก็เพราะหิวโซ ฮ่าๆๆๆ
วันรุ่งขึ้น กลับเข้าไปในอุทยานฯอีกครั้ง ถ่ายรูปจนช่ำปอดแล้วก็ออกเดินทางกลับบ้านทางลาสเวกัส (สาย 89 ต่อ 99 แล้วขึ้น I-5)

ไปแวะนอนที่ Mojave, California เมืองเล็กๆ ได้บรรยากาศ Wild West ดี ที่นี่ลมแรงถึงขนาดว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำคือฟาร์มลม (Wind Farm) ตลกดี

วันรุ่งขึ้นขับรถต่ออีกสัก 5 ชั่วโมง แวะทานซุปถั่วเขียวเลื่องชื่อที่ Andersen’s Pea Soup, Santa Nella, California อิ่มท้องแล้วขับอีก 2 ชั่วโมงก็ถึงบ้านพอดี

ยังมีต่อ…
